9 วิธีการใช้ชั้นวางสินค้าแบบผิดๆ

9 วิธีการใช้ชั้นวางสินค้าแบบผิดๆ ที่คุณควรเลิกทำ!!

การใช้ชั้นวางแบบผิด ๆ

สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกร้านค้าที่ทำธุรกิจ 

แต่ถ้าคุณกำลังคิดว่า

“มันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรนี่.. ถ้าไม่มีอันตรายเกิดขึ้นในร้านค้า”

“ใช้งานชั้นวางแบบไหนก็คงเหมือนกัน เพราะมันก็แค่เชลฟ์ที่ใช้แค่วางสินค้าแค่นั้นเอง” 

ใครที่กำลังคิดแบบนี้อยู่.. เราอยากให้คุณเปลี่ยนความคิดด่วนเลยค่ะ!!

เพราะถ้าคุณลองใส่ใจรายละเอียดเกี่ยวกับมัน คุณจะรู้ว่า

“ชั้นวางสินค้ามีผลกับทุกอย่างภายในร้าน”

และบางครั้งคุณอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณกำลังใช้งานชั้นวางแบบผิดๆอยู่ 

บทความนี้เราจึงจะมาอธิบายให้คุณทราบว่า

การใช้ชั้นวางแบบผิด ๆ มีแบบไหนบ้าง และมันส่งผลกระทบต่อร้านค้าของคุณยังไง ตามมาอ่านกันเลยค่ะ

สารบัญ

  1. ชั้นวางสินค้า “ไม่เหมาะสมกับแบรนด์”
  2. ตำแหน่งการติดตั้งชั้นวางที่ “ไม่เป็นแบบเดียวกัน”
  3. ชั้นวาง “สกปรก”
  4. ชั้นวางได้รับ “การติดตั้งที่ไม่ถูกต้อง”
  5. ชั้นวาง “รกเกินไป”
  6. ชั้นวาง “ไม่มีป้ายราคา”
  7. สินค้าอยู่ใน “ตำแหน่งที่เอื้อมไม่ถึง”
  8. สินค้าบนชั้นวาง “ไม่หลากหลาย”
  9. คุณ “ไม่ใส่ใจ” กับการวางแผนผังชั้นวาง

1. ชั้นวางสินค้า “ไม่เหมาะสมกับแบรนด์”

การที่ชั้นวางสินค้ามีความเหมาะสมกับแบรนด์เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ เลยค่ะ เพราะเมื่อลูกค้าเลือกเดินเข้ามาซื้อของที่ร้านของคุณ เขาก็จะมีความคาดหวังในระดับหนึ่งแล้ว

อย่างเช่น ถ้าคุณเป็นร้านค้าปลีกระดับ Hi-end ที่มีเสื้อผ้าราคาแพง ๆ ขาย ลูกค้าก็จะมีคาดหวังว่า จะได้เห็นชั้นวางที่มีความซับซ้อน มีความละเอียดอ่อน ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับเสื้อผ้า และยังต้องมีความ elegant ในตัว 

หรือจะเป็นร้านอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่ต้องอาศัยชั้นวางที่ถูกออกแบบมารองรับกับการใช้งานอย่างเหมาะสมกับสินค้าเป็นอย่างมาก 

เช่น สายไฟ ที่ต้องใช้ ชั้นวางแกนโรล สำหรับสายไฟโดยเฉพาะ 

“ข้อผิดพลาดของชั้นวาง ที่ไม่ตรงกับสินค้าที่จะนำเสนอ

อาจสร้างความสับสน และหงุดหงิดให้กับผู้บริโภคได้ เมื่อเขาได้มาเดินช้อปปิ้ง”

ไม่จำเป็นว่าคุณจะต้องเป็นร้านระดับไฮเอนด์ถึงจะทำชั้นวางให้สวยงามได้

เพราะไม่ว่าจะเป็นร้านค้าประเภทไหน ก็จะต้องใช้ชั้นวางที่สวยงามและต้องสอดคล้องกับสินค้าด้วยค่ะ 

2. ตำแหน่งการติดตั้งชั้นวางที่ “ไม่เป็นแบบเดียวกัน”

ไม่สำคัญว่าคุณจะเลือกเชลฟ์หรือชั้นวางของแบบไหน.. 

คุณสามารถเลือกชั้นวางแบบไม้..

คุณสามารถเลือกชั้นวางแบบเหล็ก..

หรือคุณจะเลือกชั้นวางแบบพลาสติกก็ได้ถ้าคุณต้องการ 

แต่สิ่งสำคัญคือ “คุณจะต้องจัดตำแหน่งติดตั้งชั้นวางให้แบบเดียวกันอยู่ด้วยกัน”

ลองคิดภาพว่า คุณมองเห็นชั้นวางแบบไม้ อยู่ในตำแหน่งที่ถัดจากชั้นวางแบบเหล็ก และยังมีชั้นวางแบบพลาสติกอยู่ถัดไปอีก แบบนี้มันค่อนข้างมั่วและไม่สวยงามค่ะ 

ฉะนั้นในขั้นตอนการติดตั้งและจัดวาง คุณควรวางในตำแหน่งให้ชั้นวางเป็นแบบเดียวกัน เช่น ชั้นวางแบบเหล็กก็วางในโซนเดียวกัน, ชั้นวางแบบพลาสติกก็ต้องวางใกล้ ๆ กัน แบบนี้จะดูสวยงามเป็นระเบียบกว่าแน่นอนค่ะ 

3. ชั้นวาง “สกปรก” 

ร้านค้าของคุณมีสินค้าที่มีคุณภาพ

ร้านค้าของคุณมีบริการที่ยอดเยี่ยม 

ร้านค้าของคุณมีราคาที่น่าซื้อ

แต่สิ่งเหล่านี้จะสูญเปล่าไปเลย ถ้าชั้นวางของคุณสกปรก ไม่ใช่แค่ร้านอาหารเท่านั้นที่จะต้องทำความสะอาดอยู่ตลอด แต่ร้านค้าปลีกอื่น ๆ ก็ต้องทำความสะอาดทั้งชั้นวางและทุกซอกทุกมุมของร้านบ่อย ๆ เช่นกัน 

ลองคิดดูว่า ลูกค้าจะซื้อของที่ร้านค้าของคุณมั้ย..? ถ้าเขาเดินช้อปอยู่แล้วมองเห็นชั้นวางของคุณสกปรกและสินค้าปกคลุมด้วยฝุ่น (เราคิดว่า มีสิทธิ์สูงมากที่จะไม่ซื้อ)  

ทำความสะอาดชั้นวาง

ดังนั้นปลอดภัยไว้ก่อน ด้วยการหมั่นทำความสะอาดชั้นวางบ่อย ๆ อย่าให้ลูกค้าต้องมาคอมเพลนว่า“ชั้นวางในร้านของคุณสกปรกจังเลย” แบบนี้จะดีกว่านะคะ 🙂

4. ชั้นวางได้รับ “การติดตั้งที่ไม่ถูกต้อง”

นอกจากชั้นวางสินค้าที่สกปรกแล้ว สิ่งที่อันตรายมากกว่านั้นคือ การติดตั้งชั้นวางที่ไม่ถูกต้อง 

ข้อผิดพลาดนี้อาจจะเป็น ชั้นวางที่ติดตั้งไม่ได้ระดับ, ชั้นวางมีมุมที่แหลมคมยื่นออกมาที่ทางเดิน หรือชั้นวางที่ติดตั้งไม่ได้คุณภาพจนมันพังได้ง่าย

เกิดอุบัติเหตุกับพนักงาน

ภาพจาก freepik 

ผลที่ตามมาคือ สินค้าอาจจะหล่นลงมาได้ง่าย, ลูกค้าเดินชนชั้นวางจนได้รับบาดเจ็บ หรืออาจร้ายแรงถึงขั้นที่ชั้นวางพังลงมาทับคนได้เลยค่ะ 

ถ้าไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น คุณจึงควรตรวจสอบการติดตั้งให้ดีก่อนอย่างละเอียดรอบคอบ ก่อนจะทำการเปิดร้านนะคะ 

(คลิ๊กอ่านบทความเรื่อง : ลูกค้าเต็มร้าน..เริ่มได้ตั้งแต่การออกแบบร้านค้า )

5. ชั้นวาง “รกเกินไป” 

ลองสังเกตชั้นวางของคุณว่ามันรกเกินไปรึเปล่า? 

นอกจากสินค้าที่อัดแน่นเต็มเชลฟ์แล้ว คุณจะมีการเพิ่มป้ายราคา, ป้ายโปรโมชั่นส่งเสริมการขายต่าง ๆ  เพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้า

ร้านขายของชำ

ภาพจาก bangkoktoday

“ซึ่งถ้าคุณใส่ทุกอย่างเข้าไปในชั้นวาง โดยไม่มีการจัดระเบียบให้ดี มันจะดูแล้วรกจนไม่น่าซื้อ” 

หาความสมดุลของทุกองค์ประกอบในชั้นวางให้มันอยู่ในจุดที่พอดี ไม่มากเกินหรือไม่น้อยไป จัดเรียงทุกอย่างไว้อย่างสบายตา ถ้าทำแบบนี้มันจะเพิ่มความรู้สึกให้ลูกค้าอยากช้อปมากกว่าเดิมค่ะ 

6. ชั้นวาง “ไม่มีป้ายราคา”

“2 สิ่งที่ลูกค้าไม่ชอบ” โดยส่วนใหญ่มันคือ การรอคิวนานกับบริการที่แย่ ๆ 

ก็พอจะเข้าใจได้ค่ะ ว่าทำไมถึงไม่ชอบ เพราะเมื่อไหร่ที่ลูกค้าไปซื้อของแล้วเจอ 2 สิ่งนี้ มันจะเกิดความผิดหวังเกิดขึ้นในใจของพวกเขาทันที 

ชั้นวางสินค้าไม่มีป้ายราคา

แต่ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่น่าผิดหวังเช่นกันนั่นก็คือ “ไม่มีป้ายราคาบนชั้นวาง” รวมถึงป้ายราคาบางอันไม่ตรงกับราคาจริงด้วย

อยากให้คุณลองคิดถึงลูกค้าที่มีงบที่จำกัด, ลูกค้าที่มาช้อปปิ้งแค่สัปดาห์ละครั้ง (แล้วซื้อของทีละหลาย ๆ อย่าง), หรือลูกค้าที่มักจะเปรียบเทียบสินค้าเพื่อให้ได้ราคาที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง 

ลูกค้าเลือกสินค้า

เมื่อพวกเขาเดินไปที่ชั้นวางและกำลังจะซื้อสินค้าอยู่แล้ว แต่กลับพบว่าไม่มีป้ายราคาสำหรับสินค้าที่จะซื้อ คุณคิดว่าเขาจะทำยังไง?

  1. หยิบสินค้าไปสอบถามพนักงาน หรือ 2. ไม่สนใจซื้อสินค้านั้นเลย 

สำหรับตัวผู้เขียนเอง ถ้าไม่ได้สนใจสินค้านั้นแบบ 100% จริง ๆ .. เราเลือกที่จะไม่ซื้อค่ะ 

เราคิดว่าคนส่วนใหญ่ก็น่าจะเป็นแบบเดียวกันนะ เพราะบัณฑิตมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้ทำการวิจัยออกมาว่า

ป้ายราคามีผลต่อการซื้อของผู้บริโภค”

(อ้างอิงป้ายราคามีผลต่อการซื้อ dspace.bu.ac.th  , library.tu.ac.th )

เพราะฉะนั้น เวลาที่คุณจัดสต็อกสินค้าบนชั้นวาง นอกจากจะต้องเช็คความเรียบร้อยว่าตำแหน่งของสินค้าถูกต้องแล้ว คุณควรเช็คด้วยว่า มีป้ายราคาติดอยู่หรือเปล่า

การทำแบบนี้จะทำให้ลูกค้าของคุณพึงพอใจ รวมถึงรู้สึกว่าคุณใส่ใจและไม่ปล่อยปะละเลย หลังจากนี้มีโอกาสที่พวกเขาจะกลับมาช้อปที่ร้านค้าของคุณอีกแน่นอนค่ะ  

ป้ายราคา

ซึ่ง ป้ายพลาสติกใสใส่ราคา นั้นมีหลากหลายแบบด้วยกันทั้ง แบบสอดเข้าไปในชั้นวาง, แบบสติ๊กเกอร์แปะ, หรือแบบสอดเข้าไปในราวเหล็ก

ในส่วนของป้ายราคานี้ คุณก็ต้องเลือกสรรให้ตรงกับชั้นวางนั้น ๆ ด้วยค่ะ 

(คลิ๊กอ่านบทความเพิ่มเติมเรื่อง : ทำไม? ชั้นวางสินค้า ต้องติดด้วยป้ายโฆษณาหรือ Shelf talkers )

7. สินค้าอยู่ใน “ตำแหน่งที่เอื้อมไม่ถึง”

คุณมีป้ายราคาติดที่ชั้นวางแล้ว คุณมีการจัดเรียงสินค้าอย่างเป็นระเบียบแล้ว แต่ยังไงก็ตาม ‘ปัญหาจะตามมาถ้าลูกค้าไม่สามารถเข้าถึงสินค้าได้ตั้งแต่แรก’ 

การซื้อชั้นวางแบบสูง ๆ เพื่อที่จะบรรจุสินค้าได้เยอะ ๆ เท่าที่จะเป็นไปได้ มันอาจช่วยให้คุณจัดเก็บสินค้าได้เยอะ และเพิ่มพื้นที่ในร้านให้ได้มากที่สุดก็จริง

แต่มันจะไม่เวิร์คเลย ถ้าสินค้าอยู่ในตำแหน่งที่สูงเกินไปจนลูกค้าเอื้อมหยิบไม่ถึง 

ลูกค้าในซูเปอร์มาร์เก็ต

คุณอาจจะเถียงอยู่ในใจว่า.. “ก็ให้พนักงานคอยช่วยก็ได้นี่นา” ใช่ไหมล่ะคะ 🙂

แต่จะเกิดอะไรขึ้นล่ะ ถ้าไม่มีพนักงานอยู่ในบริเวณนั้น?

ลูกค้าบางคนอาจเดินตามหาพนักงาน แต่คุณก็ต้องยอมรับว่าจะมีลูกค้าส่วนหนึ่งเลือกที่จะไม่ซื้อสินค้านั้นนะ

ดังนั้นการเลือกชั้นวางจึงสำคัญ เลือกแบบที่ลูกค้าสามารถหยิบได้อย่างสะดวกสบายและซื้อสินค้าได้อย่างรวดเร็ว

อย่าลืมสิว่าคุณเปิดร้านมาเพื่อขายของ ถ้าสินค้าอยู่ในตำแหน่งที่ซื้อได้ยาก ของจะขายออกได้ยังไงล่ะ จริงไหมคะ? 

8. สินค้าบนชั้นวาง “ไม่หลากหลาย”

การเลือกสรรผลิตภัณฑ์มาเรียงบนชั้นวาง ถ้าไม่หลากหลาย มันก็จะไม่ตอบสนองผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุมซึ่งมันอาจส่งผลให้ลูกค้าเลือกที่จะไปซื้อที่ร้านอื่น 

แน่นอนว่ามันขึ้นอยู่กับประเภทร้านค้า และขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลาย ๆ อย่างด้วย ถ้าเป็นร้านไฮเอนด์ ที่ต้องการพรีเซนต์ความเป็นเอกลักษณ์ของสินค้าแบบเน้น ๆ ก็สามารถจัดวางน้อย ๆ ได้ 

แต่ถ้ากิจการของคุณเป็นร้านค้าปลีก เช่น ร้านสะดวกซื้อ, ร้านมินิมาร์ท, ร้านอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์, ร้านกิฟท์ช็อป ฯลฯ

ร้านเหล่านี้จะต้องมีสินค้าเยอะๆบนชั้นวาง เพื่อดึงดูดผู้คนมาช้อปปิ้งที่ร้านของคุณ และมันทำให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อของได้อย่างจุใจ

9. คุณ “ไม่ใส่ใจ” กับการวางแผนผังชั้นวาง 

ทุกอย่างที่เรากล่าวมาทั้งหมด ถ้าคุณสามารถแก้ไขมันได้ ก็ถือว่าคุณประสบความสำเร็จไปแล้ว 90% 

แต่มันจะเพอร์เฟคมาก ถ้าอีก 10% คุณใช้มันใน การวางแผนผังชั้นวางให้ดี

การวางแผนผังชั้นวาง ไม่เพียงแต่จะช่วยกำหนดว่าจะต้องจัดวางสินค้าบนชั้นวางมากแค่ไหน แต่มันสามารถกำหนดครอบคลุมทุกอย่าง ทั้งเรื่องที่

  • ควรวางอะไรไว้ตำแหน่งไหน
  • ควรเน้นสินค้าไหนเป็นพิเศษถึงจะตอบสนองลูกค้าได้ดี
  • แม้กระทั่งสามารถจัดตำแหน่งชั้นวาง ให้ลูกค้าเดินตามทิศทางที่คุณต้องการได้ 

หากคุณใส่ใจกับเรื่องการวางแผนผังร้าน มันจะช่วยให้ธุรกิจของคุณดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและเป็นระเบียบมากขึ้น ซึ่งในส่วนนี้คุณอาจใช้ Planogram มาช่วยในการวางแผนชั้นวางได้ค่ะ 

สรุป

สารภาพมาซะดี ๆ นะคะว่า คุณกำลังใช้ชั้นวางแบบผิด ๆ ตามข้อใดข้อหนึ่งที่เราได้กล่าวมารึเปล่า?

ถ้ากำลังทำอยู่ ให้รีบปรับปรุงแก้ไขตั้งแต่ตอนนี้เลยนะคะ

เพราะถ้าคุณจัดการชั้นวางได้ไม่ดี สิ่งที่ตามมาคือ ร้านค้าของคุณจะไม่น่าดึงดูด โอกาสที่ลูกค้าจะเข้ามาซื้อมีน้อยลง ที่ร้ายแรงที่สุดก็คือยอดขายตกนั่นเอง 

ถ้าไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้น คุณจะต้องใส่ใจกับการใช้งานของชั้นวางมากกว่าเดิม รวมถึงจัดการกับมันให้ดีเพื่อจะได้ใช้งานชั้นวางอย่างเป็นประโยชน์มากที่สุดค่ะ 🙂 

บทความดีๆ By : ชั้นวางสินค้า PN

Reference :

  • dotactiv.com “9 Shelving Mistakes You Need to Stop Making”  3/11/2017 dotactiv
  • dspace.bu.ac.th “ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าจากร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม (ร้านโชห่วย)”  2016 dspace.bu
  • ethesisarchive.library.tu.ac.th “ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจในการซื้อสินค้าเทสโก้ โลตัส (Tesco Lotus)” 2016 library.tu

บทความแนะนำ