เลือกซื้อชั้นวางสินค้า

รู้จัก “ชั้นวางสินค้า” เลือกซื้ออย่าง PN

ในการเริ่มต้นเปิดร้านค้าก็ต้องมีของคู่ร้านอย่าง
ชั้นวางสินค้า” แต่เราจะเลือกซื้ออย่างไรดีล่ะ?

บทความนี้มีคำตอบค่ะ ตั้งแต่การเริ่มต้นทำความรู้จัก ประเภทชั้นวางสินค้า เพื่อดูว่าร้านของเราควรใช้ชั้นวางแบบไหนดี และอีกสองเรื่องสำคัญอย่าง ขนาด และ การรับน้ำหนัก ของชั้นวางสินค้าส่งผลอย่างไรต่อร้านของเรา วันนี้ PN จะมาเล่าให้ฟังกันค่ะ ?

ในการเริ่มต้นเปิดร้านค้า
ก็ต้องมีของคู่ร้านอย่าง
ชั้นวางสินค้า” แต่…….
เราจะเลือกซื้ออย่างไรดีล่ะ?

บทความนี้มีคำตอบค่ะ ตั้งแต่การเริ่มต้นทำความรู้จัก ประเภทชั้นวางสินค้า เพื่อดูว่าร้านของเราควรใช้ชั้นวางแบบไหนดี

และอีกสองเรื่องสำคัญอย่าง ขนาด และ การรับน้ำหนัก ของชั้นวางสินค้าส่งผลอย่างไรต่อร้านของเรา

วันนี้ PN จะมาเล่าให้ฟังกันค่ะ ?

1.เริ่มต้นทำความรู้จักชั้นวางสินค้าแบบต่างๆ

ชั้นวางสินค้าแบบไหนก็เหมือนกัน…?

นี้คือ ความเชื่อแบบผิดๆ ที่หลายคนคิดว่าชั้นวางแบบไหนก็เหมือนกัน แต่จริงๆแล้วชั้นวางมีหลากหลายประเภท ทั้งขนาด รูปร่าง การรองรับน้ำหนักต่างๆค่ะ

ซึ่งในบทความนี้ เราจะแยกออกมาเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ ชั้นวางสินค้ารุ่นปกติ และ ชั้นวางสินค้าสั่งทำ ซึ่งการที่เราทำความรู้จักเชลฟ์ประเภทต่างๆ จะทำให้เรารู้ว่าควรลงทุนในชั้นวางแบบไหน ที่จะตอบโจทย์ร้านค้าของคุณมากที่สุด

ชั้นวางสินค้ามินิมาร์ท ชั้นวางสินค้าปลีก

ภาพ: ชั้นวางสินค้ามินิมาร์ท

1.1 ชั้นวางสินค้ารุ่นปกติ

ชั้นวางสินค้ารุ่นปกติ เป็นชั้นวางที่มี หน้าตา ขนาด รูปร่าง สัดส่วนชัดเจนสามารถเห็นได้ทั่วๆไป อย่างร้านขายของชำ ร้านค้าปลีก ร้านมินิมาร์ท เป็นต้น ซึ่งทางหน้าร้านจะมีวางจำหน่ายชั้นวางที่มีสเปก ขนาด สี ให้เลือก ตัวอย่างเช่น

ขนาดชั้นวางสินค้า

ภาพ: ขนาดชั้นวางสินค้ารุ่นปกติ

1.2 ชั้นวางสินค้าสั่งทำ

ชั้นวางสินค้าสั่งทำ เป็นชั้นวางสินค้าที่มีการดัดแปลงเพิ่มเติม สามารถปรับขนาด ความกว้าง ความยาว ความสูงได้ สามารถเลือกอุปกรณ์สำหรับใช้โชว์สินค้า แต่ละประเภทได้ตามต้องการ เช่น วางหลอดไฟ อุปกรณ์ปะปา เครื่องมือช่าง สายไฟ หรือฮาร์ดแวร์ (อ่านเพิ่มเติม : เรื่องชั้นวางสินค้าสั่งทำ)

ชั้นแกนโรล คือ หนึ่งในชั้นวางสินค้าที่ถูกออกแบบสัดส่วน การรองรับน้ำหนัก รวมไปถึงขนาดของแกนให้เหมาะสมกับสินค้าประเภท “สาย” เช่น สายไฟ โซ่เหล็ก เชือก สายยาง เป็นต้น มักนิยมใช้ในร้านขายอุปกรณ์ฮารด์แวร์

ชั้นแกนโรลสามเหลี่ยม

ภาพ : ตัวอย่างชั้นวางสั่งทำแกนโรล (ดูชั้นแกนโรลเพิ่มเติม)

1.3 ชั้นวางสินค้ารุ่นปกติ VS ชั้นวางสินค้าสั่งทำ

ความแตกต่างของชั้นวางสินค้า

ภาพ : ชั้นวางสินค้ารุ่นปกติแตกต่างกับชั้นวางสินค้าสั่งทำอย่างไร

การลงทุนในชั้นวางสินค้า เป็นสิ่งที่จะทำให้ลูกค้าจดจำร้านของคุณได้ และอยู่คู่กับร้านของคุณไปหลายปี ดังนั้นการเลือกชั้นวางที่ใช่ตั้งแต่เริ่มต้น เปรียบเสมือนการวางโครงสร้างที่แข็งแรง และสามารถบ่งบอกถึง ตัวตนของเราได้ดีมากที่สุดค่ะ?

1.เริ่มต้นทำความรู้จักชั้นวางสินค้าแบบต่างๆ

ชั้นวางสินค้าแบบไหนก็เหมือนกัน…?

นี้คือ ความเชื่อแบบผิดๆ ที่หลายคนคิดว่าชั้นวางแบบไหนก็เหมือนกัน แต่จริงๆแล้วชั้นวางมีหลากหลายประเภท ทั้งขนาด รูปร่าง การรองรับน้ำหนักต่างๆค่ะ

ซึ่งในบทความนี้ เราจะแยกออกมาเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ ชั้นวางสินค้ารุ่นปกติ และ ชั้นวางสินค้าสั่งทำ

ซึ่งการที่เราทำความรู้จักเชลฟ์ประเภทต่างๆ จะทำให้เรารู้ว่าควรลงทุนในชั้นวางแบบไหน ที่จะตอบโจทย์ร้านค้าของคุณมากที่สุด

ชั้นวางสินค้ามินิมาร์ท ชั้นวางสินค้าปลีก

ภาพ: ชั้นวางสินค้ามินิมาร์ท

1.1 ชั้นวางสินค้ารุ่นปกติ 

ชั้นวางสินค้ารุ่นปกติ เป็นชั้นวางที่มี หน้าตา ขนาด รูปร่าง สัดส่วนชัดเจนสามารถเห็นได้ทั่วๆไป

อย่างร้านขายของชำ ร้านค้าปลีก ร้านมินิมาร์ท เป็นต้น ซึ่งทางหน้าร้านจะมีวางจำหน่ายชั้นวางที่มีสเปก ขนาด สี ให้เลือก ตัวอย่างเช่น

ขนาดชั้นวางสินค้า

ภาพ: ขนาดชั้นวางสินค้ารุ่นปกติ

1.2 ชั้นวางสินค้าสั่งทำ

ชั้นวางสินค้าสั่งทำ เป็นชั้นวางสินค้าที่มีการดัดแปลงเพิ่มเติม สามารถปรับขนาด ความกว้าง ความยาว ความสูงได้

สามารถเลือกอุปกรณ์สำหรับใช้โชว์สินค้า แต่ละประเภทได้ตามต้องการ เช่น วางหลอดไฟ อุปกรณ์ปะปา เครื่องมือช่าง สายไฟ หรือฮาร์ดแวร์

ชั้นแกนโรล คือ หนึ่งในชั้นวางสินค้าที่ถูกออกแบบสัดส่วน การรองรับน้ำหนัก รวมไปถึงขนาดของแกนให้เหมาะสมกับสินค้าประเภท “สาย” เช่น สายไฟ โซ่เหล็ก เชือก สายยาง เป็นต้น มักนิยมใช้ในร้านขายอุปกรณ์ฮารด์แวร์  

ชั้นแกนโรลสามเหลี่ยม

ภาพ : ตัวอย่างชั้นวางสั่งทำแกนโรล
(ดูชั้นแกนโรลเพิ่มเติม)

1.3 ชั้นวางสินค้าปกติ VS ชั้นวางสินค้าสั่งทำ

ความแตกต่างของชั้นวางสินค้า

ภาพ : ชั้นวางสินค้ารุ่นปกติแตกต่างกับชั้นวางสินค้าสั่งทำอย่างไร

การลงทุนในชั้นวางสินค้า เป็นสิ่งที่จะทำให้ลูกค้าจดจำร้านของคุณได้ และอยู่คู่กับร้านของคุณไปหลายปี ดังนั้นการเลือกชั้นวางที่ใช่ตั้งแต่เริ่มต้น เปรียบเสมือนการวางโครงสร้างที่แข็งแรง และสามารถบ่งบอกถึง ตัวตนของเราได้ดีมากที่สุดค่ะ?

2.เลือก “ ขนาดชั้นวางสินค้าที่ใช่ ”

ในการเลือกขนาดของชั้นวางสินค้านั้น เราต้องรู้ขนาดพื้นที่ร้านแบบละเอียดก่อน ไม่ใช่แค่ขนาดความ กว้าง x ยาว ของร้านเพียงเท่านั้น แต่ต้องทราบถึง ตำแหน่งของเสา ขนาด ระยะห่างระหว่างเสา ประตู หน้าต่าง คิ้วบัว การเดินสายไฟ ปลั๊กไฟ ท่อต่างๆ ความสูงของเพดาน คาน และรวมถึงสิ่งกีดขวางอื่นๆอีกมากมาย

gondola-shelf

ภาพ : ตัวอย่างชั้นวางสินค้า ที่มีขนาดความสูงไม่เท่ากัน และปัญหาเสากลางร้าน จากร้านป็อปสตาร์

เพราะหากคุณไม่ทราบถึงรายละเอียดดังกล่าว ร้านคุณอาจเจอกับปัญหาเหล่านี้

  • สั่งซื้อชั้นวางสินค้ามาแล้วไม่สามารถวางได้ เพราะติดเสา (ลืมว่ามีเสาอยู่กลางร้าน)
  • ประตูเปิดร้านแล้วชนกับชั้นวาง เนื่องจากการเว้นระยะห่างไม่เพียงพอ
  • ชั้นวางสูงเกินไป ทำให้ไม่สามารถวางสินค้าชั้นบนสุดได้ เนื่องจากติดเพดาน หรือ หลอดไฟ/โคมไฟ
  • การวางชั้นวางที่ผิดหลักฮวงจุ้ย เช่น การตั้งชั้นวางสินค้าบังทิศด้านหน้าตี่จู่เอี๊ยะ[1]

ดังนั้นการที่คุณรู้ขนาดพื้นที่ของร้านแบบละเอียด จะช่วยให้คุณสามารถเลือกซื้อชั้นวางสินค้าที่ใช่ และลดค่าใช้จ่ายที่เกิดจากความผิดพลาดได้ โดยที่คุณไม่ต้องซื้อชั้นวางสินค้ามาแล้วเจอปัญหา จำนวนขาดหรือเกินความต้องการ จัดวางแล้วไม่ลงตัว พื้นที่ทางเดินแคบเกินไป อาจจะทำให้ลูกค้ารู้สึกอึดอัด

ตัวอย่าง : การจัดร้านให้ลูกค้าจาก PN ร้านขายอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ที่มีการวัดขนาดพื้นที่ใช้สอยอย่างละเอียด ตั้งแต่ห้องสต็อก เสากลางร้าน เคาน์เตอร์ พื้นที่ห้องน้ำ ทำให้เราสามารถออกแบบ การจัดวางชั้นวางสินค้า ชั้นสต๊อก รวมไปถึงการจัดวางแปลนร้านได้อย่างสวยงาม ที่สำคัญคือการใช้พื้นที่ในร้านค้าได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด

2.เลือก “ ขนาดชั้นวางสินค้าที่ใช่ ”

ในการเลือกขนาดของชั้นวางสินค้านั้น เราต้องรู้ขนาดพื้นที่ร้านแบบละเอียดก่อน ไม่ใช่แค่ขนาดความ กว้าง x ยาว ของร้านเพียงเท่านั้น

แต่ต้องทราบถึง ตำแหน่งของเสา ขนาด ระยะห่างระหว่างเสา ประตู หน้าต่าง คิ้วบัว การเดินสายไฟ ปลั๊กไฟ ท่อต่างๆ ความสูงของเพดาน คาน และรวมถึงสิ่งกีดขวางอื่นๆอีกมากมาย

gondola-shelf

ภาพ : ตัวอย่างชั้นวางสินค้า ที่มีขนาดความสูงไม่เท่ากัน และปัญหาเสากลางร้าน จากร้านป็อปสตาร์

เพราะหากคุณไม่ทราบถึงรายละเอียดดังกล่าว ร้านคุณอาจเจอกับปัญหาเหล่านี้ 

  • สั่งซื้อชั้นวางสินค้ามาแล้วไม่สามารถวางได้ เพราะติดเสา (ลืมว่ามีเสาอยู่กลางร้าน)
  • ประตูเปิดร้านแล้วชนกับชั้นวาง เนื่องจากการเว้นระยะห่างไม่เพียงพอ
  • ชั้นวางสูงเกินไป ทำให้ไม่สามารถวางสินค้าชั้นบนสุดได้ เนื่องจากติดเพดาน หรือ หลอดไฟ/โคมไฟ
  • การวางชั้นวางที่ผิดหลักฮวงจุ้ย เช่น การตั้งชั้นวางสินค้าบังทิศด้านหน้าตี่จู่เอี๊ยะ[1]

ดังนั้นการที่คุณรู้ขนาดพื้นที่ของร้านแบบละเอียด จะช่วยให้คุณสามารถเลือกซื้อชั้นวางสินค้าที่ใช่ และลดค่าใช้จ่ายที่เกิดจากความผิดพลาดได้

โดยที่คุณไม่ต้องซื้อชั้นวางสินค้ามาแล้วเจอปัญหา จำนวนขาดหรือเกินความต้องการ จัดวางแล้วไม่ลงตัว พื้นที่ทางเดินแคบเกินไป อาจจะทำให้ลูกค้ารู้สึกอึดอัด

ดังนั้นการที่คุณรู้ขนาดพื้นที่ของร้านแบบละเอียด จะช่วยให้คุณสามารถเลือกซื้อชั้นวางสินค้าที่ใช่ และลดค่าใช้จ่ายที่เกิดจากความผิดพลาดได้ โดยที่คุณไม่ต้องซื้อชั้นวางสินค้ามาแล้วเจอปัญหา จำนวนขาดหรือเกินความต้องการ จัดวางแล้วไม่ลงตัว พื้นที่ทางเดินแคบเกินไป อาจจะทำให้ลูกค้ารู้สึกอึดอัด

ตัวอย่าง : การจัดร้านให้ลูกค้าจาก PN ร้านขายอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ที่มีการวัดขนาดพื้นที่ใช้สอยอย่างละเอียด ตั้งแต่ห้องสต็อก เสากลางร้าน เคาน์เตอร์ พื้นที่ห้องน้ำ

ทำให้เราสามารถออกแบบ การจัดวางชั้นวางสินค้า ชั้นสต๊อก รวมไปถึงการจัดวางแปลนร้านได้อย่างสวยงาม ที่สำคัญคือการใช้พื้นที่ในร้านค้าได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด

ปล. จากประสบการณ์ การทำชั้นวางสินค้าให้กับร้านค้ามากกว่า 1000 ร้านค้า ของทาง PN  นั้น เราพบว่า พื้นที่หน้าร้านจริงของลูกค้านั้น ไม่ได้มีขนาดที่พอดีเป๊ะ หรือไม่ได้ฉาก 90 องศา มักจะมีความคลาดเคลื่อน อาจมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการก่อสร้าง และสิ่งกีดขวางต่างๆด้วย

ซึ่งการที่ไม่ได้วัดพื้นที่และวางแผนอย่างละเอียด อาจทำให้เกิดความผิดพลาด ในการจัดเรียงชั้นวางสินค้า ทำให้ต้องเสียทั้งเวลา และค่าใช้จ่ายสำหรับรื้อย้าย เปลี่ยนแปลงตำแหน่ง หรือซื้อชั้นวางสินค้าใหม่

ดังนั้นแล้วเราจึงควรแก้ปัญหาดังกล่าว ไม่ให้เกิดขึ้นด้วยการให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเข้าไปวัดพื้นที่ และออกแบบการวางชั้นวางสินค้าให้ตั้งแต่ต้นค่ะ ?

3.การรับน้ำหนักของชั้นวางสินค้า

ทำไมเราต้องทำความเข้าใจ เรื่องการรับน้ำหนักของชั้นวางสินค้า?

เรามีเหตุการณ์จำลองมายกตัวอย่างให้ดูกันนะคะ


เหตุการณ์ที่ 1

นาย A เปิดร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้าง โดยมีความคิดว่า “ชั้นวางสินค้าแบบไหนก็เหมือนกัน ขอราคาถูกๆไว้ก่อน” จึงเลือกซื้อชั้นวางที่รับน้ำหนักได้ 25 kg ไปวางถังสีทาบ้าน 1 กล. ที่มีน้ำหนัก 4 kg ต่อถัง วางทั้งหมด 10 ถัง ทำให้น้ำหนักรวมต่อชั้นตกอยู่ที่ 40 kg พอใช้ไปนานเข้าทำให้แผ่นชั้นแอ่นตัวเสียรูป และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ นาย A จึงต้องเสียเงินซื้อชั้นวางใหม่


เหตุการณ์ที่ 2

นาย B เปิดร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างเหมือนกัน แต่ได้ทำความเข้าใจ และหาข้อมูลเกี่ยวกับการรับน้ำหนัก ของชั้นวางมาแล้ว นาย B จึงเลือกชั้นวางสินค้า ที่รับน้ำหนักได้ 80 kg ต่อชั้น มาวางถังสีทาบ้าน และเลือกชั้นวางสั่งทำ ที่มีการรับน้ำหนัก 100 kg สำหรับการวางเหล็ก หรือชิ้นส่วนที่มีน้ำหนักมาก


         เพราะฉะนั้นเราควรเลือก ชั้นวางสินค้า ที่พอดีและพอเหมาะกับสินค้าของเรา ส่วนชั้นวางสินค้าที่ราคาถูกเกินไป หรือ ชั้นวางสินค้ามือสอง อาจทำให้ร้านค้าของคุณเสียหายได้ เช่น แร็คล้ม แผ่นชั้นหัก เพราะเกิดจากการใช้งานผิดประเภท หรือการใช้ชั้นวางสินค้าที่รับน้ำหนักมาก ในการวางสินค้าที่น้ำหนักเบา ก็อาจทำให้สิ้นเปลื่องโดยใช่เหตุ

ชั้นโชว์สินค้าร้านห้าแยก

ภาพ : การใช้ชั้นวางแบบ Integrated เพื่อรับน้ำหนักถังสี
จาก ร้านห้าแยก กรุ๊ป [2]

จาก 2 ตัวอย่างดังกล่าว เราคิดว่าคุณคงได้คำตอบในใจกันแล้ว ดังนั้นเราต้องทำการศึกษาว่า สินค้าของเรานั้นมีน้ำหนักประมาณเท่าไหร่ และชั้นวางสินค้าแต่ละรูปแบบ สามารถรับน้ำหนักได้เท่าไหร่ เพื่อป้องกันเหล็กชั้นวางโก่ง ชิ้นส่วนเสียหาย รวมไปถึงอุบัติเหตุต่างๆอีกด้วยค่ะ

3.การรับน้ำหนักของชั้นวางสินค้า

ทำไมเราต้องทำความเข้าใจ เรื่องการรับน้ำหนักของชั้นวางสินค้า?

เรามีเหตุการณ์จำลองมายกตัวอย่างให้ดูกันนะคะ


เหตุการณ์ที่ 1

นาย A เปิดร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้าง โดยมีความคิดว่า ชั้นวางสินค้าแบบไหนก็เหมือนกัน “ขอราคาถูกๆไว้ก่อน” จึงเลือกซื้อชั้นวางที่รับน้ำหนักได้ 25 kg ไปวางถังสีทาบ้าน 1 กล. ที่มีน้ำหนัก 4 kg ต่อถัง วางทั้งหมด 10 ถัง ทำให้น้ำหนักรวมต่อชั้นตกอยู่ที่ 40 kg พอใช้ไปนานเข้าทำให้แผ่นชั้นแอ่นตัวเสียรูป และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ นาย A จึงต้องเสียเงินซื้อชั้นวางใหม่


เหตุการณ์ที่ 2

นาย B เปิดร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างเหมือนกัน แต่ได้ทำความเข้าใจ และหาข้อมูลเกี่ยวกับการรับน้ำหนัก ของชั้นวางมาแล้ว นาย B จึงเลือกชั้นวางสินค้า ที่รับน้ำหนักได้ 80 kg ต่อชั้น มาวางถังสีทาบ้าน และเลือกชั้นวางสั่งทำ ที่มีการรับน้ำหนัก 100 kg สำหรับการวางเหล็ก หรือชิ้นส่วนที่มีน้ำหนักมาก


       เพราะฉะนั้นเราควรเลือก ชั้นวางสินค้า ที่พอดีและพอเหมาะกับสินค้าของเรา ส่วนชั้นวางสินค้าที่ราคาถูกเกินไป หรือ ชั้นวางสินค้ามือสอง อาจทำให้ร้านค้าของคุณเสียหายได้

เช่น แร็คล้ม แผ่นชั้นหัก เพราะเกิดจากการใช้งานผิดประเภท หรือการใช้ชั้นวางสินค้าที่รับน้ำหนักมาก ในการวางสินค้าที่น้ำหนักเบา ก็อาจทำให้สิ้นเปลื่องโดยใช่เหตุ

ชั้นโชว์สินค้าร้านห้าแยก

ภาพ : การใช้ชั้นวางแบบ Integrated เพื่อรับน้ำหนักถังสี จาก ร้านห้าแยก กรุ๊ป [2]

จาก 2 ตัวอย่างดังกล่าว เราคิดว่าคุณคงได้คำตอบในใจกันแล้ว ดังนั้นเราต้องทำการศึกษาว่า สินค้าของเรานั้นมีน้ำหนักประมาณเท่าไหร่ และชั้นวางสินค้าแต่ละรูปแบบ สามารถรับน้ำหนักได้เท่าไหร่ เพื่อป้องกันเหล็กชั้นวางโก่ง ชิ้นส่วนเสียหาย รวมไปถึงอุบัติเหตุต่างๆอีกด้วยค่ะ

สรุป

ในการเริ่มต้นมองหาชั้นวางสินค้า สำหรับผู้ที่เริ่มต้นทำธุรกิจ สามารถศึกษาได้ตามนี้เลยค่ะ

  1. เริ่มต้นทำความรู้จักชั้นวางสินค้าแบบต่างๆ การที่คุณทำความรู้จักชั้นวางประเภทต่างๆ จะทำให้คุณรู้ว่าควรลงทุนในชั้นวางแบบไหน ที่จะตอบโจทย์ร้านค้าของคุณมากที่สุด
  2. เลือกขนาดชั้นวางสินค้าที่ใช่ การเลือกขนาดเชลฟ์ที่พอดี และเหมาะสมกับร้านค้า คุณจะต้องรู้ขนาดพื้นที่ของร้านแบบละเอียด จะช่วยให้คุณสามารถออกแบบการจัดวางร้าน และใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด
  3. การรับน้ำหนักของชั้นวางสินค้า ทำการศึกษาการรองรับน้ำหนักของชั้นวาง ว่าสินค้าของเราต้องใช้ชั้นวางรูปแบบไหน ถึงเหมาะสม และเพื่อป้องกันการใช้งานที่ผิดจุดประสงค์ ซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้
  4. ข้อสุดท้ายคือ “เลือกปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านชั้นวางสินค้า” ที่สามารถวางแผน จัดการปัญหาทุกอย่างได้ และมีบริการหลังการขายที่ดี พร้อมช่วยเหลือ (PN เราพร้อมรับให้คำปรึกษานะคะ)

References

  1. Kapook Home. “หลักการตั้งศาล ตี่จู่เอี๊ยะ.” kapook
  2. Hayaek Group. “บริษัท ห้าแยก กรุ๊ป(2559) จำกัด.”hayaekgroup

——————————————-

บทความดีๆ By : ชั้นวางสินค้า PN

——————————————-

สรุป

ในการเริ่มต้นมองหาชั้นวางสินค้า สำหรับผู้ที่เริ่มต้นทำธุรกิจ สามารถศึกษาได้ตามนี้เลยค่ะ

  1. เริ่มต้นทำความรู้จักชั้นวางสินค้าแบบต่างๆ การที่คุณทำความรู้จักชั้นวางประเภทต่างๆ จะทำให้คุณรู้ว่าควรลงทุนในชั้นวางแบบไหน ที่จะตอบโจทย์ร้านค้าของคุณมากที่สุด
  2. เลือกขนาดชั้นวางสินค้าที่ใช่ การเลือกขนาดเชลฟ์ที่พอดี และเหมาะสมกับร้านค้า คุณจะต้องรู้ขนาดพื้นที่ของร้านแบบละเอียด จะช่วยให้คุณสามารถออกแบบการจัดวางร้าน และใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด
  3. การรับน้ำหนักของชั้นวางสินค้า ทำการศึกษาการรองรับน้ำหนักของชั้นวาง ว่าสินค้าของเราต้องใช้ชั้นวางรูปแบบไหน ถึงเหมาะสม และเพื่อป้องกันการใช้งานที่ผิดจุดประสงค์ ซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้
  4. ข้อสุดท้ายคือ “เลือกปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านชั้นวางสินค้าที่สามารถวางแผน จัดการปัญหาทุกอย่างได้ และมีบริการหลังการขายที่ดี พร้อมช่วยเหลือ (PN เราพร้อมรับให้คำปรึกษานะคะ ?) 

References

  1. Kapook Home.“หลักการตั้งศาล ตี่จู่เอี๊ยะ.” kapook
  2. Hayaek Group. “บริษัท ห้าแยก กรุ๊ป(2559) จำกัด.” hayaekgroup

——————————————-

บทความดีๆ By : ชั้นวางสินค้า PN

——————————————-

บทความแนะนำ