ซุปเปอร์สโตร์

เปิดร้านซุปเปอร์สโตร์ง่ายๆ แค่ทำตาม 12 ข้อนี้! (Part 1) 

 การ “เปิดร้านซุปเปอร์สโตร์” เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการจะทำธุรกิจในพื้นที่ชุมชนของตนเอง เพราะนอกจากจะตอบโจทย์คนที่ไม่อยู่ในตัวเมืองแล้ว 

“ซุปเปอร์สโตร์ ยังเป็นเหมือนซูเปอร์มาร์เก็ต
ขนาดย่อมๆของชาวบ้านก็ว่าได้” 

ในบทความนี้คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการเริ่มต้นเปิดร้านซุปเปอร์สโตร์แบบองค์รวมทั้งหมด เพื่อเป็นแนวทางให้คุณในการดำเนินธุรกิจนี้อย่างราบรื่น เราไปดูกันเลยค่ะว่าควรทำยังไงบ้าง (แต่เราขออนุญาตแบ่งเป็น Part1 และ Part2 ไว้ เพื่อทุกคนจะได้อ่านง่ายมากขึ้นนะคะ)

สารบัญ

ทำไมต้องเปิดร้านซุปเปอร์สโตร์
1.คาดการณ์ความเป็นไปได้ของตลาดเป้าหมาย
2.วางแผนธุรกิจของคุณ
3.คำนวณการเงินเพื่อลงทุน
4.จดทะเบียนการค้า
5.เลือกทำเลและสถานที่
6.ออกแบบแปลนร้านค้า
สรุป

ทำไมต้องเปิดร้านซุปเปอร์สโตร์

การทำธุรกิจค้าปลีกเป็นอีกหนึ่งกิจการที่มีให้เห็นในเกือบทุกพื้นที่เลย นั่นเป็นเพราะการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมจำนวนมากที่สนับสนุนธุรกิจค้าปลีก

จึงจะเห็นได้ว่ามีซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆแทรกอยู่ในตัวเมืองแทบทุกจังหวัดในประเทศไทยเลยทีเดียวค่ะ และธุรกิจนี้ยังได้รับการตอบรับอย่างมากจากคนทั่วไป นั่นเป็นเพราะว่าความต้องการสินค้าและบริการที่สะดวกสบายของผู้บริโภคนั่นเอง

แต่ในบางจังหวัดนั้น มีซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆแค่เฉพาะในตัวเมืองน่ะสิคะ แล้วในบางอำเภอไปจนถึงตำบลย่อยๆลงมา อาจจะไม่มีซูเปอร์มาร์เก็ตให้ผู้คนได้ไปเลือกซื้อสินค้า

การเปิดร้านซุปเปอร์สโตร์ จึงเป็นทางเลือกที่ดีของคุณ ในฐานะที่คุณเป็นผู้ประกอบการ นอกจากจะได้ทำธุรกิจของตัวเองเพื่อสร้างรายได้แล้ว ยังสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่ชาวบ้านบริเวณนั้นด้วยนะ

เพราะมันทำให้พวกเขาเข้าถึงคลังการซื้อสินค้าได้ง่ายๆ แถมยังมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกที่หลากหลายคล้ายกับซูเปอร์มาร์เก็ต โดยพวกเขาไม่จำเป็นต้องนั่งรถไปไกลถึงตัวเมืองอีกต่างหาก 

1. คาดการณ์ความเป็นไปได้ของตลาดเป้าหมาย

ลูกค้าในร้านซุปเปอร์สโตร์

ภาพจาก unsplash 

การศึกษาความเป็นไปได้ เป็นหนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สามารถช่วยให้คุณมีแรงผลักดันในการเริ่มต้นธุรกิจร้านซุปเปอร์สโตร์ของคุณ เพราะถ้าคุณคาดการณ์ถึงความต้องการของตลาดเป้าหมายในพื้นที่นั้นๆและพฤติกรรมการบริโภคของพวกเขาได้เนี่ย.. มันจะช่วยให้คุณรู้ว่าจะตัดสินใจนำผลิตภัณฑ์ไหนมาไว้ในคลังสินค้าของคุณนั่นเอง 

แต่หากคุณไม่รู้ถึงความต้องการของคนในชุมชนนั้นๆ คุณก็อาจจะลงทุนกับสินค้าใดสินค้าหนึ่งไปโดยเปล่าประโยชน์และไม่คุ้มทุน ตัวอย่างเช่น ถ้าชุมชนนั้นๆที่เปิดอยู่ใกล้เคียงกับโรงเรียน คุณควรจะนำสินค้าที่เกี่ยวกับเครื่องเขียน ของที่ต้องใช้ในโรงเรียนมาสต็อกไว้เพื่อขายทั้งแบบปลีกให้กับนักเรียน  หรือจะขายส่งไปเลยให้กับร้านเครื่องเขียนในละแวกนั้น

2. วางแผนธุรกิจของคุณ

วางแผนธุรกิจของคุณ

ภาพจาก unsplash

ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจแบบไหนก็ตาม ถ้าจะอยู่รอดได้ต้องมีแผนการที่กำหนดไว้ ซึ่งมันจะเป็นแนวทางในการควบคุมให้คุณดำเนินการทุกอย่างให้เป็นไปตามแผนอยู่เสมอ ดังนั้นการเปิดร้านซุปเปอร์สโตร์จะต้องมีแผนธุรกิจของมัน และมีการกำหนดรูปแบบทุกอย่างเป็นขั้นตอนไว้อย่างดี 

ซึ่งการเขียนแผนธุรกิจมันมีหลายขั้นตอนมาก เราจะยกมาหนึ่งหัวข้อเป็นตัวอย่างคือ การเขียนรายละเอียดร้าน โดยการเขียนชื่อร้าน ระบุลูกค้าหลัก จุดมุ่งหมายของร้าน เช่น 

“ชื่อร้าน คุ้มค่าซุปเปอร์สโตร์ ลูกค้าหลักคือ แม่ค้าตามตลาดและชาวบ้านในชุมชน ซึ่งจุดมุ่งหมายคือ มีลูกค้ามากมายเข้ามาซื้อของ ทำให้มีกำไรมากมายในอนาคต ซึ่งอาจมีการขยายสาขาไปที่อำเภออื่นๆ” แบบนี้เป็นต้น

หรือคุณอาจจะต้องปรึกษาคนในทีมและร่วมกันวางแผนให้เป็นรูปเป็นร่างออกมา แต่ในกรณีที่คุณไม่มีทักษะในการจัดทำแผนธุรกิจที่ดี คุณสามารถจ้างที่ปรึกษา เช่น นักวิเคราะห์และวางแผนธุรกิจหรือนักวิเคราะห์การตลาด เพื่อช่วยคุณได้นะคะ 

3.คำนวณการเงินเพื่อลงทุน

คำนวณการเงินที่ใช้ลงทุน

ภาพจาก pexels

เมื่อเริ่มต้นธุรกิจ การใช้เงินทุนนั่นก็ขึ้นอยู่กับจำนวนสินค้าที่คุณวางแผนจะขายในร้านซุปเปอร์สโตร์ของคุณ การลงทุนครั้งแรกอาจใช้เงินมากหน่อยในการใช้จ่ายจนกว่าจะมีผลกำไรเข้ามา

เพราะแบบนี้คุณจึงต้องจัดเตรียมเอกสาร เช่น สเปรดชีตหรือตารางคำนวณค่าใช้จ่าย ที่จะช่วยให้คุณประมาณเงินลงทุนเริ่มต้นที่คุณต้องการสำหรับการเปิดร้านครั้งนี้

ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่คุณจะต้องลงทุนน่ะ ไม่ได้มีเฉพาะสำหรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจ, ค่าการก่อสร้างร้านขึ้นมา หรือค่าเช่าที่(หากคุณเช่าร้าน) เท่านั้น ยังมีรายละเอียดอื่นๆมากมายทั้ง 

  • ค่าอุปกรณ์ 
  • ค่าตกแต่งร้าน 
  • ค่าสินค้าคงคลัง 
  • ค่าประกัน
  • การโฆษณา
  • สาธารณูปโภค
  • เงินเดือนพนักงาน

พอประเมินค่าใช้จ่ายข้างต้นดูแล้ว มันเยอะมากเลยใช่ไหมล่ะคะ ถ้าคุณมีเงินทุนมากพอ นั่นก็เป็นสิ่งที่เรายินดีด้วย แต่ถ้าไม่มีทุนขนาดนั้นล่ะก็ อย่าพึ่งกุมขมับไปน้าา เพราะมีหลายวิธีที่คุณจะได้รับเงินทุนสำหรับธุรกิจของคุณ ได้แก่ สินเชื่อเพื่อธุรกิจของธนาคารต่างๆก็มีให้เลือกเยอะมากเลย ลองดูนะ 

4. จดทะเบียนการค้า

จดทะเบียนการค้า

ภาพจาก freepik

เรื่องนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากนะคะ จะเป็นการดีกว่าถ้าคุณเปิดร้านขึ้นมาอย่างถูกกฎหมาย เพราะจะได้ไม่มีการมาตรวจสอบและปรับเงินในภายหลังจากเทศบาล คุณจะต้องลงทะเบียนธุรกิจซุปเปอร์สโตร์ของคุณเพื่อให้ได้รับอนุญาตและรับรหัสประจำตัวผู้เสียภาษี มันจะช่วยให้การเปิดร้านในชุมชนของคุณเป็นไปอย่างไม่มีปัญหา 

หากคุณเปิดร้านที่กรุงเทพฯ คุณสามารถยื่นจดทะเบียนได้ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าในสาขาต่างๆ แต่ถ้าคุณอยู่ต่างจังหวัด สามารถจดได้ที่เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบลนั้นๆค่ะ 

5. เลือกทำเลและสถานที่

เลือกทำเลและสถานที่

ภาพจาก southeastasiabackpacker 

ในส่วนนี้ให้คุณศึกษาความเป็นไปได้ในสถานที่หรือชุมชนนั้นๆที่คุณตั้งใจจะเปิด เพราะมันจะเป็นตัวกำหนดว่า กิจการของคุณจะเติบโตไปได้รวดเร็วแค่ไหนและประสบความสำเร็จมากเพียงใด เราขอแนะนำว่า สถานที่นั้นๆจะต้อง

  • อยู่ในย่านที่ผู้คนเข้าถึงได้ง่าย เช่น ใกล้กับโรงเรียน ใกล้กับตลาด ชุมชนขนาดใหญ่
  • อยู่ในถนนสายหลักที่มีการสัญจรไปมาตลอด 
  • มีที่จอดรถกว้างขวางสำหรับพนักงานและลูกค้า มีลานพื้นที่กว้างพอที่จะจอดรถขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ 
  • และเรารู้ว่าคุณไม่ต้องการแข่งขันกับร้านค้าอื่นๆที่มีอยู่แล้ว ดังนั้นจะดีกว่ามากเลยถ้าคุณเลือกสถานที่ที่ไม่มีร้านซุปเปอร์สโตร์เช่นเดียวกับของคุณเปิดอยู่บริเวณนั้น 

ดังนั้นพิจารณาให้ถี่ถ้วนและตัดสินใจให้ดีที่สุดถึงสถานที่ที่จะเปิดร้านซุปเปอร์สโตร์ เพราะถ้าทำเลดี ยอดขายของคุณก็จะทำกำไรได้ดีเช่นกันค่ะ 

6.ออกแบบแปลนร้านค้า

ออกแบบแปลนร้านค้า

ภาพจาก unsplash

ความรู้ด้านการออกแบบและทักษะการวางแผนร้านค้า เป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดสำหรับร้านค้าปลีกอย่างซุปเปอร์สโตร์เลยทีเดียวค่ะ เพราะคุณจะต้องตรวจสอบและวางแผนพื้นที่ทั้งหมดของร้าน ว่าจะวางอะไรไว้ตรงไหน หลังจากนั้นต้องมาปรับเปลี่ยนแผนผังในการติดตั้งชั้นวางที่มีอยู่ทั้งหมด เพื่อให้สอดคล้องกับพื้นที่และการเดินเข้ามาซื้อของลูกค้า

หรือแม้กระทั่งการออกแบบพื้นที่ที่เน้นความโดดเด่นเฉพาะส่วนของร้าน เช่น บูธจัดโปรโมชั่น มุมของการวางป้ายโฆษณา และอื่นๆ มันค่อนข้างที่จะเป็นงานหินสำหรับผู้ค้าปลีกพอสมควร เพราะคุณต้องเน้นการดึงดูดลูกค้าในเขาสนใจสิ่งที่คุณนำเสนอ และมันจะสร้างรายได้ให้เข้ามาเพิ่มขึ้นจากพื้นที่นั้นๆในร้านที่ถูกออกแบบมาอย่างดี

แปลนชั้นวางร้านพรชัย

ภาพจาก pnsteelproduct

ข่าวดีก็คือมีผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบแผนผังร้านค้า สถาปนิก ผู้รับเหมา และนักออกแบบต่างๆ รวมถึง PN Steel ของเราก็ยังมีทีมงานที่ออกแบบร้านค้าให้คุณได้เช่นกัน คลิกที่นี่เพื่อดูผลงาน >> การวางแปลนชั้นวางสินค้า 3D  พวกเราสามารถช่วยดำเนินการวางแผนผังร้านและให้บริการคุณโดยเฉพาะในเรื่องนี้  คุณอยากได้ร้านแบบไหน ต้องการให้ร้านของคุณออกมาเป็นอย่างไร พวกเราจัดให้ได้ค่ะ 🙂 

สรุป

พูดกันมาถึง 6 ข้อแล้ว พอจะรู้แนวทางคร่าวๆแล้วใช่ไหมคะ เรามาดูบทสรุปของ Part1 กันค่ะ

ถ้าถามว่าทำไมต้องเปิดร้านซุปเปอร์สโตร์ ก็เพราะตามชุมชนในระดับตำบล อำเภอต่างๆ ตามต่างจังหวัดนั้นซูเปอร์มาเก็ตขนาดใหญ่ค่อนข้างหากยาก เพราะส่วนใหญ่จะอยู่ในตัวเมือง การเปิดร้านซุปเปอร์สโตร์จึงตอบโจทย์นี้ได้สำหรับคนที่อยากทำธุรกิจ  ส่วนวิธีการเปิดร้านซุปเปอร์สโตร์ก็จะมีตามนี้

  1. คาดการณ์ความเป็นไปได้ของตลาดเป้าหมาย ว่าคนชุมชนนั้นๆ มีพฤติกรรมการบริโภคไปในทิศทางใด
  2. วางแผนธุรกิจของคุณ ตั้งแต่ชื่อร้าน ลูกค้าหลัก ไปจนถึงเป้าหมายระยะยาว 
  3. คำนวณการเงินเพื่อลงทุน ว่ามีค่าใช้จ่ายประมาณไหน และลงทุนไปกับอะไรบ้าง 
  4. จดทะเบียนการค้าทำตามกฎหมายเพื่อจะได้เปิดร้านอย่างถูกต้อง 
  5. เลือกทำเลและสถานที่ให้เหมาะสมและคาดว่าจะขายได้ดี 
  6. ออกแบบแปลนร้านค้า เพื่อให้รู้แผนผังร้านรวมถึงรู้ว่าควรวางชั้นวางไว้ตรงไหน 

นี่ก็เป็นแนวทาง 6 ข้อของการเริ่มต้นธุรกิจร้านซุปเปอร์สโตร์นะคะ อาจดูเหมือนยากในช่วงเริ่มต้น แต่ถ้าคุณเรียนรู้และทำตามขั้นตอนไปทีละขั้น ก็คงไม่น่ายากเกินไปใช่ไหมคะ?  เมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่งที่คุณคุ้นชินและธุรกิจมั่นคงขึ้นเรื่อยๆในอนาคต คุณจะสามารถดำเนินธุรกิจนี้ต่อไปได้อย่างง่ายขึ้นเองค่าา 

และถ้าคุณอยากอ่าน Part2 ต่อไปว่าจะมีขั้นตอนอะไรอีก คลิกที่นี่เลยค่ะ 

บทความดีๆ By : ชั้นวางสินค้า PN

References