การจัดเรียงสินค้า

7 วิธีจัดวางของบน ชั้นแสดงสินค้า อย่างเซียน เพิ่มยอดขายหลายเท่าแบบไม่รู้ตัว

ในปัจจุบันคงไม่มีร้านค้าร้านไหนที่ไม่ใช้ ชั้นแสดงสินค้า เพื่อนำเสนอสินค้า เพราะนอกจากจะสามารถจัดวางสินค้าให้เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้วนั้น มันยังช่วยให้ร้านค้าไม่ว่าจะเป็นร้านค้าโชว์ห่วยขนาดเล็ก หรือเป็นซูเปอร์มาเก็ตขนาดใหญ่ เพิ่ม

ประสิทธิภาพในการขายของเหล่านั้นอีกด้วย และ7เคล็ดลับการจัดการกับสินค้าบนชั้นแสดงของคุณนั้น จะช่วยเพิ่มยอดขายให้ร้านค้าคุณ จนทำให้อมยิ้มได้อย่างแน่นอน

สารบัญ

  1. อย่าปล่อยให้ชั้นโล่ง
  2. โชว์สินค้าให้อยู่ระดับสายตา
  3. วางสินค้าที่มีความสัมพันธ์กันไว้ข้างๆ กัน
  4. ความสูงของแสดงสินค้าก็สำคัญ
  5. ชั้นแสดงสินค้าต้องสะอาด
  6. นำสินค้าขายดีไว้ชั้นบน
  7. จัดวางสินค้าตามขนาด
  8. สรุป

 

1. อย่าปล่อยให้ชั้นโล่ง

เคยมั้ย เวลาเดินเข้าซูเปอร์หรือร้านค้าแล้วเจอชั้นโล่งๆ ทีไร เรามักไม่อยากจะเดินเข้าไปอุดหนุนทุกที นั่นก็เป็นหลักจิตวิทยาอย่างหนึ่งนั่นเอง เนื่องจากสมองเราบอกเราว่า ร้านค้าที่ดูโล่งนั้นมักจะไม่มีสินค้าที่เรากำลังตามหา หรือสินค้านั้นอาจหมดไปแล้ว

นั่นเอง ดังนั้นหากเห็นที่ว่าชั้นแสดงนั้นโล่ง ให้รีบเติมสต็อกด่วน ไม่งั้นลูกค้าอาจเมินร้านของคุณและเลือกเดินเข้าร้านสะดวกซื้ออื่นแทน

 

2. โชว์สินค้าให้อยู่ระดับสายตา

ระดับสายตาที่ผู้ใหญ่มักจะมองเห็นสินค้าเป็นลำดับแรกนั้น จะอยู่ที่ประมาณ 130-160 เซนติเมตร และต่ำกว่า130เซนติเมตรสำหรับเด็ก การที่เราเลือกวางสินค้าในระดับสายตานั้น จะเป็นการดึงดูดลูกค้าเมื่อเดินเข้ามาก่อนเสมอ แม้ว่าจุดมุ่งหมาย

ของผู้ซื้อจะไม่ได้อยู่ที่สินค้านั้น แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะทำให้ผู้ซื้อหยิบสินค้านั้นใส่ตระกร้าแบบกึ่งไม่ตั้งใจนั่นเอง

 

3. วางสินค้าที่มีความสัมพันธ์กันไว้ข้างๆ กัน

การจัดวางสินค้าที่มีความสัมพันธ์กันไว้ใกล้เคียงกันนั้นก็สำคัญ เพราะสิ่งของเหล่านั้นอาจเป็นของที่ต้องใช้คู่กัน หรือใช้ร่วมกันอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นแล้ว เมื่อผู้ซื้อขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้น ก็มักจะขาดอีกสิ่งหนึ่งด้วยเช่นกัน ตัวอย่างเช่น ยาสีฟันกับ แปรงสีฟัน ผง

ซักฟอก กับน้ำยาปรับผ้านุ่ม หรือบุหรี่กับไฟแช็ค เป็นต้น

 

4. ความสูงของแสดงสินค้าก็สำคัญ

ซึ่งระดับความสูงที่ดีนั้น ควรจะสูงไม่เกิน 150 ซม. เนื่องจากเป็นระดับสายตาของผู้ซี้อพอดี และยังสามารถมองไปยังของที่อยู่ล็อคอื่นด้วย  แต่ถ้าเป็นริมผนังนั้น ควรใช้ชั้นแสดงของ ที่มีความสูงประมาณ180 ซม. เพราะเป็นระดับที่ไม่สูงจนเกินไปสำหรับผู้

ซื้อ หรือเรียกว่าอยู่ในระดับที่หยิบถึงนั่นเอง

 

5. ชั้นแสดงสินค้าต้องสะอาด

ความสะอาดเป็นเรื่องที่สำคัญ นอกจากภายนอกร้านที่ดูสะอาดแล้ว การที่ชั้นวางสินค้าดูสะอาดนั้น ทำให้ลูกค้าที่กำลังเลือกซื้อสินค้านั้นรู้สึกดีกับร้านค้า และอยากเพิ่มเวลาการเดินเลือกซื้อสินค้าให้มากขึ้นกว่าเดิม ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มยอดขายให้ร้านค้าของ

เรา ลองสังเกตดูว่า ถ้าเราเข้าไปในร้านที่ไม่สะอาด และเมื่อเดินตรงเข้าไปเจอสินค้าที่ต้องการแล้วพบว่า ชั้นวางสินค้านั้นเต็มไปด้วยหยากใย่หรือสนิมเกาะหละก็ คุณจะต้องเดินออกจากร้านอย่างไวแน่นอน

 

6. นำสินค้าขายดีไว้ชั้นบน

อีกหนึ่งข้อของหลักจิตวิทยา ต้องวางสินค้าที่ขายดีสุดๆ ไว้ชั้นบน เนื่องจากเวลาคนเราเดินเลือกซื้อสินค้านั้น  เรามักจะมองไปที่ชั้นบนสุดก่อนเสมอ เคยสงสัยใหมว่า ทำไมเวลาเราเดินไปที่ไหนก็ตาม เรามักจะมองขึ้นข้างบนก่อนเสมอมากกว่ามองลง

ข้างล่าง เช่นคนที่สูง มักจะถูกเห็นก่อนคนที่เตี้ย ดังนั้นแล้ว สินค้าก็เช่นเดียวกัน ถ้าเรานำสินค้าที่ลูกค้าต้องการมากที่สุดไว้ด้านบน ก็จะทำให้ลูกค้าไม่ต้องงุนงงเดินหาของที่ตนจะซื้อนั่นเอง

 

7. จัดวางสินค้าตามขนาด

สินค้าที่มีน้ำหนักเบาและเล็ก ควรจะวางไว้ด้านบน และสินค้าที่มีขนาดหนักและใหญ่ ควรจะวางไว้ด้านล่าง เพราะสินค้าที่หนักและใหญ่นั้นหยิบยากกว่าสินค้าที่มีขนาดเล็กและเบา และอาจเป็นเหตุให้สินค้าหล่นใส่ลูกค้า นำไปสู้ประสบการณ์ที่แย่ต่อร้าน

ค้านั้น หรืออาจถึงขั้นฟ้องร้องได้ รวมถึง การที่จัดวางสินค้าที่มีขนาดใหญ่ไว้ด้านบนนั้น อาจทำให้ลดความเด่นของสินค้าที่มีขนาดเล็กที่อยู่ด้านล่างอีกด้วย

 

สรุปคือ

การที่เราต้องการเพิ่มยอดขายของสินค้านั้น เราจำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยอะไรหลายอย่าง และเคล็ดลับ7 ข้อนี้ก็นับว่าเป็นเทคนิคการจัดชั้นวางที่ดูง่ายแสนง่าย แต่มันจะเป็นตัวเพิ่มยอดขายให้ร้านค้าคุณอย่างแน่นอน ดังนั้นแล้วถ้าคุณมองไปที่ร้านของคุณแล้วพบว่าสินค้ายังไม่ได้ถูกจัดวางในแบบข้างต้นแล้ว ลองแก้ไขดูครับ 😊

 

ที่มาของรูป:

https://www.pexels.com/photo/assorted-bottle-and-cans-811108/

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer adipiscing elit, sed diam nonummy nibh euismod tincidunt ut laoreet dolore magna aliquam erat volutpat.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *