เซเว่นมา โชว์ห่วยรวย

เซเว่นมา โชวห่วย รวย อย่าปล่อยโอกาสให้หลุดมือ

“เซเว่นอยู่ที่ไหน ทองอยู่ที่นั่น” สิ่งที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ ไม่ใช่เกี่ยวกับทอง แต่หมายถึง “โอกาส” ในทางการค้า ฟังดูแล้วหลายคนอาจสงสัยว่า มันจะเป็นไปได้อย่างไร เพราะสิ่งที่เราเห็นทุกวันนี้ คือ เซเว่นรุกล้ำพื้นที่ทำมาหากินของร้านค้าปลีก อย่างโชวห่วย จนถึงขั้นต้องปิดกิจการลง ผมเองก็คิดเช่นนี้เหมือน

กัน ก่อนที่จะมาได้เจอลูกค้าเจ้าหนึ่งย่านฝั่งธน ที่ขยายสาขามาถึง 5 สาขา ในเวลา 1 ปี ซึ่งรวมของเดิมก่อนหน้านั้นแล้ว ทำให้ตอนนี้มีถึง 10 สาขาเข้าไปแล้ว ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับเจ้าของร้านท่านนี้ และอยากจะแชร์ประสบการณ์ให้ผู้อ่านบทความนี้ได้ทราบเคล็ดลับกัน

สารบัญ

  1. ขายในสิ่งที่เซเว่นไม่ขาย
  2. เซเว่นอยู่ที่ไหน เราอยู่ที่นั่น
  3. สร้างการจดจำ
  4. ทำบุญต่อเนื่อง
  5. เน้นเรื่องบริการ
  6. อภิบาลลูกน้อง
  7. สรุป

1.ขายในสิ่งที่ในเซเว่นไม่มี

ร้านค้าปลีกอย่างเซเว่น ดูเหมือนว่า จะมีสินค้าทุกอย่างที่เราต้องการ แต่ถ้าลองนึกดีๆแล้ว ก็มีหลายอย่างที่ในเซเว่นไม่มี ตัวอย่างเช่น ข้าวสารกระสอบ, กระทะ, สายไฟ, รองเท้าลูกเสือ เป็นต้น ที่ผมยกตัวอย่างมานี้ ผมเพียงต้องการจะอธิบายว่า ในชีวิตคนหนึ่งคนนั้น เรามีความต้องการใช้ของอะไรที่

หลากหลาย แลมีอีกมากมายที่ไม่มีขายในเซเว่น แล้วทำไม แล้วทำไม ร้านเราจะนำมาขายไม่ได้?

2.ขายในสิ่งที่ในเซเว่นไม่มี

ร้านค้าปลีกอย่างเซเว่น ดูเหมือนว่า จะมีสินค้าทุกอย่างที่เราต้องการ แต่ถ้าลองนึกดีๆแล้ว ก็มีหลายอย่างที่ในเซเว่นไม่มี ตัวอย่างเช่น ข้าวสารกระสอบ, กระทะ, สายไฟ, รองเท้าลูกเสือ เป็นต้น ที่ผมยกตัวอย่างมานี้ ผมเพียงต้องการจะอธิบายว่า ในชีวิตคนหนึ่งคนนั้น เรามีความต้องการใช้ของอะไรที่

หลากหลาย แลมีอีกมากมายที่ไม่มีขายในเซเว่น แล้วทำไม แล้วทำไม ร้านเราจะนำมาขายไม่ได้?

3.สร้างการจดจำ

เซเว่นมีการจดจำที่มากมาย นอกจากเลข 7 ที่เป็นโลโก้ ก็ยังมีแถบสี สี เขียว ขาว ส้ม ซึ่งเมื่อเราเห็นแล้ว เราจะรู้ทันทีเลยว่า นี่คือเซเว่น มีหลายครั้งที่ผมเห็น เจ้าของร้านพยายามทำร้านตนเองให้มีสีคล้ายเซเว่น แต่ในมุมมองผมแล้ว มันอาจเป็นการช่วยให้ลูกค้าของเราจดจำเซเว่น มากกว่าร้านของเราได้

ดังนั้นแล้ว เราจึงต้องสร้าง บุคลิกของแบรนด์ (Brand Character) อ่านเพิ่มเติมเรื่อง Brand Character ขึ้นมาก่อน และเลือกใช้สีให้ตรงตามบุคลิกของแบรนด์เรา เช่น บุคลิกของ โรงงานผลิตชั้นวางสินค้า พีเอ็น สตีลโปรดักส์ นั้น

คือ Care Giver หรือ ผู้สร้าง และผู้ให้ ซึ่งก็จะใช้โทนสีน้ำเงิน และฟ้า นั่นเอง

4.ทำบุญต่อเนื่อง

เรื่องนี้อาจไม่เกี่ยวข้องกับบทความสักเท่าไรนัก แต่ผมอยากให้เรารู้ว่า เมื่อเราได้เงินมาจากการทำการค้านั้น เราควรแบ่งปันให้ผู้อื่น นอกจากจะเป็นการสร้างสภาพสังคมของเราให้ดีขึ้นแล้วนั้น เรายังได้รับสภาพจิตใจที่ดีขึ้นด้วย ซึ่งจะ

ทำให้เรามีความสุข และความสุขนั้นจะทำให้เราทำงานของเราออกมาได้ดีที่สุด

5.เน้นเรื่องบริการ

การบริการเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่ง ซึ่งนี่คือข้อได้เปรียบที่สุดข้อหนึ่งของเซเว่นเลยก็ว่าได้ แต่ก็ยังมีอยู่จุดหนึ่งที่น่าสนใจคือ ความสนิทสนมระหว่างแคชเชียร์ กับลูกค้า ถ้าเปรียบธุรกิจที่เก่งที่สุดด้านนี้คือ ร้าน สตาร์บัคส์ (Starbuck) เราจะได้ยินเสมอว่า สตาร์บัคส์ ใส่ใจลูกค้ามากถึงขนาดที่ เลือกที่จะเปิดสาขาเพิ่ม มากกว่าที่จะให้กำหนดเวลาการอยู่ในร้านของลูกค้าซะอีก

แน่นอนว่า เราก็ทำได้ เราสามารถที่จะพูดคุยกับลูกค้าได้ อาจไม่ต้องพยายามมาก เพียงแต่อาจรู้สิ่งที่ลูกค้าของเรามาซื้อประจำ และนิสัยการซื้อสินค้าของลูกค้า ซึ่งนั่นจะทำให้เรา เสนอขายสินค้าอื่นๆได้อย่างสะดวกใจด้วย

6.อภิบาลลูกน้อง

ผมเชื่อเสมอว่า คนทุกคนมีค่าเท่ากัน คำว่าค่าเท่ากันนั้น หมายถึง ค่าความเป็นคน ดังนั้นแล้ว ลูกน้องของเรานั้น ก็มีค่าเท่ากับเรา การที่เราเป็นเจ้าของร้าน เราต้องดูแลลูกน้องเราให้ดีที่สุด เหมือนคนในครอบครัวคนหนึ่ง เพื่อให้เขา

รู้สึกสบายใจที่สุด และเมื่อเขาสบายใจ เขาก็จะมีสีหน้าที่ยิ้มแย้ม และสิ่งนี้ เป็นเครื่องมือดึงดูดลูกค้าดีที่สุดเครื่องมือหนึ่งเลยทีเดียว

7.สรุป

จริงๆแล้ว เซเว่นมาหรือไม่มานั้น โชวห่วยก็สามารถพัฒนาขึ้นได้ เพียงแต่เราต้องรู้จักที่จะเรียนรู้คู่แข่ง และเรียนรู้ตนเอง เปรียบเทียบจุดแข็งจุดอ่อน เรา

ควรหาจุดที่เราได้เปรียบคู่แข่ง และพัฒนายกสิ่งนี้เป็นจุดเด่น สร้างความแตกต่าง ไม่ใช่เพื่อเอาชนะคู่แข่ง แต่เอาชนะใจลูกค้านั่นเอง

แหล่งที่มา

https://www.ifvp.org/content/brand-archetype

https://www.starbucks.co.th/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *